หญิงสาวชาวเอเชียกำลังใช้ปากกา Stylus เขียนหรือทำงานบนแท็บเล็ตในพื้นที่ทำงานสีอบอุ่น

ความท้าทายหลักที่ธุรกิจและผู้ประกอบการต้องเจอ พร้อมกลยุทธ์ก้าวข้าม

ในแต่ละวันของการทำธุรกิจ  ผู้ประกอบการอาจจะต้องเผชิญกับเรื่องต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การขยายตลาด สร้างนวัตกรรม เพิ่มผลกำไร ไปจนถึงวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป  โดยเฉพาะเมื่อประสบกับภาวะแข่งขันที่รุนแรง คือ การใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อดึงดูดลูกค้าและเพิ่มปริมาณขาย อย่างไรก็ตาม การแข่งด้วยราคาโดยไม่ได้พัฒนาสินค้าหรือบริการให้มีคุณภาพหรือมีความแตกต่างจากคู่แข่ง กลับส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยผลสำรวจพบว่าธุรกิจที่เน้นการแข่งขันด้วยราคาเป็นหลัก ส่วนใหญ่ประสบกับภาวะยอดขายลดลง เนื่องจากธุรกิจขาด Brand Loyalty และเสียฐานลูกค้าให้กับคู่แข่งได้ง่าย

ลูกค้าเปลี่ยนไป… ธุรกิจต้องเปลี่ยนตาม

ในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังในการบริการ การมีช่องทางการซื้อขายที่หลากหลาย การตัดสินใจซื้อ หรือการเปลี่ยนใจที่ทำได้รวดเร็วขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญในโลกธุรกิจ หากปรับตัวช้า ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ลูกค้าก็พร้อมจะเปลี่ยนใจไปหาทางเลือกอื่นที่ดีกว่าได้ตลอดเวลา เพราะทุกวันนี้ คู่แข่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในธุรกิจแบบเดียวกันเท่านั้น แต่เป็นใครก็ได้ที่สามารถมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซ่อนอยู่ของลูกค้าได้ดีกว่า และการจะรู้ความต้องการของลูกค้าได้ก็ต้องอาศัยข้อมูล และการสังเกตควบคู่กันไป

คลื่นดิจิทัลกำลังมา

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก การก้าวไม่ทันความเปลี่ยนแปลง อาจทำให้คุณถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เหมือนธุรกิจที่ขาดการเตรียมพร้อม อาจถูก “คลื่นดิจิทัล” ถาโถมจนเสียโอกาสทางธุรกิจ และสูญเสียลูกค้าไปในที่สุด

ภัยที่มากับคลื่นดิจิทัล

หากคุณไม่ปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิทัล ผลกระทบที่ตามมาจะไม่ใช่แค่ยอดขายที่ลดลง แต่ยังรวมถึงการขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของลูกค้าด้วย ลูกค้าในยุคนี้ไม่ได้มองหาสินค้าหรือบริการที่ดีเท่านั้น แต่พวกเขายังคาดหวังประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การชำระเงินที่สะดวกสบาย จนถึงการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว หากธุรกิจของคุณไม่สามารถมอบประสบการณ์เหล่านี้ได้ ลูกค้าก็จะเปลี่ยนไปใช้บริการจากคู่แข่งแทน

Website Article Graphic

แนวทางรับมือความท้าทาย พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตใหม่

จาก Mass Production สู่ Fragmentation

ในอดีตเป็นยุคอุตสาหกรรมการผลิตแบบ Mass Production คือ ผลิตสินค้าแต่ละครั้งในจำนวนมาก เพื่อให้ได้ Economy of scale และเน้นแข่งขันราคา แต่การตลาดทุกวันนี้ ด้วยความที่ความต้องการของผู้บริโภคซับซ้อนขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว มีความชอบ-ความสนใจที่แตกต่างกัน เทคโนโลยีรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจและการตลาดในยุคนี้ต้องเป็น “Fragmentation” ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เฉพาะบุคคลมากขึ้น

การสร้าง Branding ที่แข็งแกร่งยังสำคัญ

แม้ปัจจุบันกลยุทธ์การตลาดของสินค้า/บริการหลายแบรนด์ เน้นที่ Lower funnel นั่นคือ ยอดขายเป็นหลัก แต่อันที่จริงควรเป็น Full-funnel Marketing คือ ตั้งแต่สร้าง Awareness – Consideration – Conversion ไปจนถึงสร้าง Loyalty และ Advocacy ดังนั้นการตลาดจึงควรสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง โดยเน้นการสร้างมูลค่าและคุณค่าที่แตกต่าง มุ่งเน้นการรสร้าง “กำไร” จากลูกค้าที่เห็นคุณค่าแบรนด์ มากกว่าเน้นยอดขายเพียงอย่างเดียว

Empower SME สนับสนุนผู้ประกอบการให้มี Own Channel, Own Content

ธุรกิจ SME มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็น 35% ของ GDP ประเทศไทย ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว 50% ของ GDP มากจากธุรกิจ SME เพราะฉะนั้นยังมีช่องว่างในการพัฒนา SME ไทยอีกมาก ขณะเดียวกันองค์กรใหญ่ต้องช่วยสนับสนุน SME เนื่องจากถือเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย

รูปแบบการส่งเสริม เช่น สนับสนุนให้ SME มี Own Channel, Own Content, ปรับตัวและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล AI มาเป็นเครื่องมือด้านการตลาด ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีถูกลง จึงเพิ่มโอกาส SME ในการเข้าถึงเทคโนโลยี และช่วยให้ต้นทุนธุรกิจลดลง, ทำการตลาดบนความเข้าใจ Insight ผู้บริโภค

 

บทสรุป

เส้นทางการเติบโตไม่ได้ต้องการเพียงทฤษฎีการจัดการที่สวยหรู แต่ต้องการ “การจัดการที่ลงมือทำจริง” การเปลี่ยนจากปัญหา ไปสู่การเติบโต จึงขึ้นอยู่กับความสามารถของธุรกิจในการนำเทคโนโลยีและกรอบความคิดเชิงกลยุทธ์มาใช้เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นพอที่จะรองรับการก้าวกระโดดของตลาดได้