ทำไมธุรกิจควรมี Growth Partner ด้านการตลาด

หญิงสาวผู้นำเสนอในห้องประชุมได้รับเสียงปรบมือจากทีมงานหลังการนำเสนอโครงการสำเร็จ

การมีพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้สามารถเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ

การมีพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้สามารถเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน ขยายการเข้าถึงลูกค้าใหม่ สร้างความน่าเชื่อถือ ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ตอบโจทย์ตลาด และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากพันธมิตร รวมถึงข้อมูลเชิงลึก เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่แม่นยำและปรับตัวได้ตลอดเวลา แต่การจะสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืนได้นั้น ธุรกิจต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยทั้งในการเลือกพาร์ทเนอร์ การสร้างข้อตกลงที่ตอบโจทย์ และการสร้างความเชื่อมั่นร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของทั้งสองฝ่าย

นี่คือความแตกต่างหลักและเหตุผลว่าทำไม Growth Partner จึงเป็นตัวเลือกที่แตกต่างสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน

1. จุดวัดผลที่แตกต่าง จาก Output สู่ Outcome

KPI และวัตถุประสงค์: Agency เน้น Output และตัวชี้วัดที่เน้น Reach, Impression,  Engagement, จำนวนคลิก หรือความสวยงามของครีเอทีฟ ส่วน Growth Partner เน้น Outcome และ ROI โดยตรง วัดผลที่รายได้  ผลตอบแทนจากการลงทุน ต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า และมูลค่าตลอดช่วงชีวิตลูกค้า 

มุมมองต่อการใช้จ่าย: Agency มองว่าเป็นการซื้อสื่อ และผลิตชิ้นงานตามงบที่กำหนด  ส่วน Growth Partner มองว่าเป็นการลงทุนที่ต้องได้ผลตอบแทนตามที่ได้ตกลงกันไว้

ความรับผิดชอบ: Agency มักจะรับผิดชอบแค่ในส่วนที่กำหนดไว้ในสัญญา เช่น การซื้อสื่อโฆษณาตามแผน  ส่วน Growth Partner รับผิดชอบต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจในภาพรวม และพร้อมปรับแผนหาก ROI ไม่เป็นไปตามเป้า

2. ขอบเขตการทำงาน จาก Silo สู่ Full Funnel

Agency แบบดั้งเดิมมักทำงานในรูปแบบไซโล โดยแยกความเชี่ยวชาญตามช่องทาง เช่น ทีม SEO, ทีม Social Media, ทีม Creative แต่ Growth Partner ทำงานแบบ บูรณาการ โดยยึดวงจรชีวิตลูกค้า เป็นศูนย์กลาง

Agency เน้น Silo: เมื่อเกิดปัญหา เช่น ยอดขายไม่เข้า ทีม Creative อาจจะโทษทีม Media Buying หรือทีม SEO จะมองว่าเป็นเรื่องของ Landing Page ทำให้การแก้ไขปัญหาติดขัด

Growth Partner เน้น Full Funnel: ทีม Growth Partner จะมองภาพรวมตั้งแต่ต้นจนจบ โดยพร้อมเข้าไปแก้ไขปัญหาในทุกจุดที่สร้างคอขวดของธุรกิจ

  • ก่อนการซื้อ – แก้ปัญหา Product Messaging และ Target Audience
  • ระหว่างการซื้อ – แก้ปัญหา Conversion Rate และ Lead Nurturing
  • หลังการซื้อ – เน้นการสร้างความภักดีของลูกค้า เพื่อเพิ่ม LTV

3. กลไกขับเคลื่อน จากความเชี่ยวชาญสู่การทดลอง​

นี่คือจุดที่ทำให้ Growth Partner แตกต่างอย่างแท้จริงในแง่ของกระบวนการทำงาน

Agency  มักใช้ความรู้และประสบการณ์เดิม ๆ ที่เคยทำสำเร็จมาแล้วมาประยุกต์ใช้ โดยเน้นการรักษาความสม่ำเสมอของแบรนด์และผลลัพธ์ที่คาดเดาได้

Growth Partner  เน้นกระบวนการ Growth Hacking และ Experimentation เป็นหัวใจสำคัญ ทุกกลยุทธ์ถูกออกแบบมาเพื่อ ทดสอบสมมติฐาน และเรียนรู้จากผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว

  •  เครื่องมือหลัก –  Data Analytics และ Marketing Automation
  • การตัดสินใจ ทุกการตัดสินใจมาจากการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ใช่การคาดเดาหรือความรู้สึก

สรุป​

ในยุคที่ทุกธุรกิจพูดถึงการเติบโต การมีเอเจนซี่ที่ทำการตลาดเก่งอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่คุณต้องการคือ Growth Partner ที่มีกรอบความคิดเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมจะลงมือทำและใช้ Data เข้ามาแก้ Pain Point ขององค์กรโดยตรง ทีมที่ไม่เพียงแค่ทำให้คนรู้จักแบรนด์ของคุณ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณ เติบโตอย่างมีทิศทางและยั่งยืน

Scroll to Top