ในอดีตกลยุทธ์การตลาดที่เน้นการแข่งขันด้านราคา หรือฟีเจอร์สินค้าอาจเพียงพอต่อการชิงส่วนแบ่งการตลาด แต่สำหรับโลกธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อต้องสื่อสารกับกลุ่ม Gen Z ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักที่มีกำลังซื้อสูง มุมมองต่อการบริโภคได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่ได้มองหาแค่สินค้าที่คุ้มค่า แต่กำลังมองหาแบรนด์ที่มีตัวตนและจุดยืน
ทำไม Purpose ถึงสำคัญกว่า Price
ผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคระบุว่า Gen Z มีแนวโน้มจะเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีค่านิยมตรงกับตัวเอง และพร้อมจะหลีกเลี่ยงแบรนด์ที่ขัดต่อจริยธรรมที่เชื่อถือ สำหรับพวกเขาการจ่ายเงินซื้อสินค้าคือการสนับสนุนให้กับโลกในแบบที่พวกเขาอยากให้เป็น ดังนั้น Purpose-Driven Marketing จึงเป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขาดทุนของธุรกิจ
การสร้าง Purpose ที่ทรงพลังและจริงใจ
ข้อแนะนำสำหรับแบรนด์และธุรกิจในการสร้างจุดยืนผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงการทำ Purpose Washing หรือการสร้างภาพลักษณ์ปลอมๆ
- Authenticity: จุดยืนของแบรนด์ต้องสอดคล้องกับเนื้อแท้ของธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการเกาะกระแสสังคมชั่วคราว ความไม่จริงใจคือความเสี่ยงสูงสุดที่จะทำลายความน่าเชื่อถือในพริบตา
- Consistency: พันธกิจของแบรนด์ต้องสะท้อนออกมาในทุกมิติ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การดูแลพนักงาน ไปจนถึงการสื่อสารการตลาด ไม่ใช่แค่แคมเปญโฆษณาเพียงปีละครั้ง
- Measurable Impact: การมีจุดยืนต้องมาพร้อมกับการลงมือทำจริง แบรนด์ควรแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมหรือพันธกิจเหล่านั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
เปลี่ยนจากลูกค้า เป็นพันธมิตรทางอุดมการณ์
เมื่อแบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าด้วยความเชื่อเดียวกัน สิ่งที่จะตามมาคือ Brand Loyalty ที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่คู่แข่งจะทำลายได้ด้วยการลดราคา ลูกค้ากลุ่มนี้จะกลายเป็นกระบอกเสียงที่ปกป้องและส่งเสริมแบรนด์อย่างกระตือรือร้น เพราะเขารู้สึกว่าความสำเร็จของแบรนด์คือความสำเร็จของอุดมการณ์ที่เขาเชื่อถือเช่นกัน
Top Reach Marketing พร้อมช่วยคุณค้นหา DNA และ Purpose ที่แท้จริงของธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนให้แบรนด์ของคุณไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ขายสินค้า แต่เป็นแบรนด์ที่มีความหมายและเติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืน

